กรกฎาคม 24, 2021
  • กรกฎาคม 24, 2021
  • Home
  • ข่าวสังคม
  • นครปฐม สมาคมพระเครื่อง ไทยโฟร์เอส ร่วมมอบหน้ากาก Face Shield ศูนย์การแพทย์กาญจนาฯ

นครปฐม สมาคมพระเครื่อง ไทยโฟร์เอส ร่วมมอบหน้ากาก Face Shield ศูนย์การแพทย์กาญจนาฯ

Avatar By on มกราคม 13, 2021 0 268 Views

สมาคมพระเครื่อง-พระบูชาไทย ร่วมกับ บริษัทโฟเอสไทยแลนด์ จำกัด ส่งมอบหน้ากากอนามัย พร้อม Face Shield จำนวน 12,500 ชิ้น ให้กับ บุคลากรทางการแพทย์ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ไว้ใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้

วันนี้ 8 มกราคม 2564 ที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอพุทธมณฑล  นายพยับ คำพันธ์ นายกสมาคมพระเครื่อง-พระบูชา แห่งประเทศไทย พร้อม นายมานิตย์ สีเลี้ยง บริษัทโฟเอส ไทยแลนด์ จำกัด และ นายชนม์ภาคย์  ขำอาจ ร่วมกันนำ หน้ากากอนามัย พร้อม Face Shield ป้องกันโควิด-19 จำนวน 12,500 ชิ้น มอบให้กับ รองศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และ บุคคลากรทางการแพทย์ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ไว้ใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในระลอกใหม่ที่กำลังเกิดวิกฤติการณ์ขึ้นในช่วงนี้

ทั้งนี้สมาคมพระเครื่อง-พระบูชาไทย และ บริษัทโฟเอสไทยแลนด์ จำกัด จะเดินทางนำหน้ากากอนามัย พร้อม Face Shield ป้องกันโควิด-19 ไปมอบให้กับ เจ้าหน้าที่ และ บุคคลากรของโรงพยาบาลพุทธมณฑล /โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ /สถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑล /สถานีตำรวจนครบาลธรรมศาลา และ สถานีตำรวจนครบาลศาลาแดง ต่อไป เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้นำไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่

และได้มีอุปกรณ์ป้องกันตนเองอย่างเพียงพอ ในขณะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อไวรัสโควิด– 19 จากการปฏิบัติงานเกี่ยวกับผู้ป่วย และการปฏิบัติงานด้านบริการแก่ประชาชน ซึ่งต้องมีการพบเจอกับประชาชน เป็นจำนวนมาก

รองศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล การได้รับบริจาคหน้ากาก Face Shield ถือว่าได้รับประโยชน์มาก ซึ่งหากบุคลากรทางการแพทย์ได้สวมหน้ากากอนามัยที่เหมาะสมแล้ว การมีหน้ากาก Face Shield เสริมเข้าไปอีกก็ถือว่าเหมาะมาก ซึ่งหากผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษามีการสวมมาได้ด้วยก็จะยิ่งดีมากและถือว่าเหมาะกับสถานการณ์ที่ปลอดภัย

โดยหากหน่วยงานเอกชนสามารถจะบริจาคให้กับภาครัฐได้ก็จะถือว่าเกิดประโยชน์ในการใช้งานมากยิ่งขึ้นและยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งในช่วงนี้สำหรับการทำงานด้านการแพทย์ด้วย

ขอบคุณ : ปนิทัศน์ มามีสุข,นส.ปณิดา มามีสุข สำนักข่าว Thainews7จ.นครปฐม